Switzerland Trip : Preparation for disability travel

สวิสเซอร์แลนด์ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่สะดวกต่อการเดินทางท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก แม้ผู้ร่วมเดินทางจะเป็นผู้ใช้วีลแชร์ก็ตาม สาธารณูปโภคส่วนใหญ่ต่างรองรับผู้ใช้วีลแชร์ ทั้งรถเมล์ รถไฟ จนถึงรถกระเช้าชมวิว

อย่างไรก็ตามยังต้องมีการเตรียมตัวซึ่งผมสรุปออกมาได้ดังนี้

การเตรียมตัว
1. เตรียมสภาพร่างกาย เนื่อง่จากเป็นการเดินทางในสภาพอากาศที่ไม่คุ้นเคยทั้งคนนั่งวีลแชร์ และผู้ร่วมทาง
การเตรียมพร้อมให้ร่างกายแข็งแรงจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะผู้ทำหน้าที่เข็นวีลแชร์ เนื่องจากบางครั้งอาจต้องมีการเข็นวีลแชร์ขึ้นเนิน
หรือยกขึ้นรถเมล์บ้าง นอกจากนี้บางครั้งยังเจออากาศที่แตกต่างกันในแต่ละวัน อย่างผมเจอวันแรกๆร้อนอย่างกับเมืองไทย
แต่ผ่านไปสองสามวันเริ่มหนาว สุดท้ายหวัดกินครับ ดังนั้นควรเตรียมร่างกายให้แข็งแรง และยาสามัญอย่างพาราเซตามอน
ก็เป็นอะไรที่ควรมีติดตัวครับ

2. รถวีลแชร์ รถวีลแชร์ที่ใช้ควรเป็นชนิดที่มีขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบา สามารถพับได้เพื่อสะดวกในการวางภายในรถไฟ

3. วางแผนการเดินทาง ผมแนะนำให้อย่าอัดโปรแกรมแน่นจนเกินไปนัก เพราะเราต้องเผื่อเวลาในการเดินทางซึ่งปกติการใช้วีลแชร์
ก็จะใช้เวลามากกว่าคนปกติอยู่แล้ว นอกจากนี้บางครั้งยังต้องใช้เวลาในการหาลิฟท์ หาทางลาดหรือหาห้องน้ำอีกด้วย
วางแผนแบบหลวมๆสบายๆ เดินเที่ยวชมเมืองชิวๆแบบไม่ต้องเร่งรีบ สนุกกว่าเที่ยวแบบเร่งๆนะครับ

4. สวิสพาส วิธีการเดินทางที่สะดวกที่สุดในการท่องเที่ยวสวิสเซอร์แลนด์ เพราะเป็นบัตรเหมาจ่ายที่รวมทั้งการเดินทางด้วยรถไฟ
เรือ รถเมล์ รถราง ทั้วทั้งสวิส รวมถึงสามารถเข้าพิพิธภัณฑ์ต่างๆได้ ยกเว้นรถไฟขึ้นภูเขาและกระเช้าขึ้นเขาในบางสาย
ที่แม้จะต้องซื้อตั๋วเพิ่มเติมแต่ก็ยังได้ลดราคาอีกด้วย สามารถซื้อได้ทั้งจากเมืองไทย หรือว่าไปซื้อเอาที่สถานีรถไฟตรงสนามบินก็ได้ครับ

5. Travel WIFI เป็นตัวช่วยอย่างดีในการเดินทาง ซึ่งสำหรับการเดินทางที่มีวีลแชร์ด้วยแล้ว Travel WIFI เป็นสิ่งที่แนะนำเป็นอย่างยิ่ง
เพราะสามารถตรวจสอบรอบการเดินรถไฟ ชนิดของรถไฟที่กำลังมาว่ารองรับวีลแชร์มากน้อยแค่ไหน รวมถึงตรวจสอบต่ำแหน่งในแผนที่
ลดโอกาสการหลงทางไปได้เยอะทีเดียวครับ

6. โรงแรม แนะนำให้จองใกล้กับสถานีรถไฟ ในระยะที่เดินไปถึงได้ โรงแรมที่สวิสเซอร์แลนด์ส่วนใหญ่รองรับผู้เข้าพักที่ใช้วีลแชร์
บางโรงแรมหรือแม้แต่โฮสเทลบางแห่งมีห้องพิเศษสำหรับคนใช้วีลแชร์โดยเฉพาะ โดยจะเป็นห้องที่มีทางเดินกว้าง ห้องน้ำมีราวจับ
เวลาจองกับเวปไซด์อย่าง agoda หรือเวปไซด์ของโรงแรม ให้สังเกตว่าโรงแรมแห่งนั้นรองรับ “Facilities For Disabled Guests” หรือไม่ แต่ถ้าให้แน่นอนสุด แนะนำให้อีเมล์ไปหาโรงแรมโดยตรงและแจ้งว่าจะมีแขกที่นั่งวีลแชร์มาเข้าพัก

7. กระเป๋าเดินทาง ในกรณีที่เราเดินทางระหว่างเมืองโดยใช้รถไฟ คงต้องคำนึงถึงจำนวนกระเป๋าเดินทางด้วย เพราะอย่างกรณีของผม
เรามีแค่ 2 คนจาก 4 คนที่สามารถลากกระเป๋าเดินทางได้เพราะ 1 คนต้องเป็นคนเข็นวีลแชร์ ดังนั้นต้องพยายามให้มีจำนวนกระเป๋าน้อยที่สุด
หรือใช้เป้หลังมาช่วยในการขนสัมภาระ มิฉะนั้นเวลาย้ายเมืองจะเป็นเรื่องยุ่งยากมากครับ ซึ่งนี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ผมพยายามวางแผนให้ต้องเปลี่ยนที่พัก
ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ครับ

การเดินทาง
การเดินทางทั้งระหว่างเมืองและภายในเมืองต่างๆของสวิสเซอร์แลนด์ สามารถใช้วีลแชร์ได้อย่างไม่มีปัญหานัก
เพราะรถบบขนส่งมวลชนของที่นี่ให้ความสำคัญกับวีลแชร์เป็นอย่างมาก ลองมาดูการเดินทางในแต่ละชนิดกันครับ

1. รถไฟ เป็นการเดินทางระหว่างเมืองที่สะดวกที่สุดเพราะสามารถนั่งไปยังเมืองท่องเที่ยวต่างๆของสวิสเซอร์แลนได้อย่างทั่วถึง
ซึ่งรถไฟส่วนใหญ่ของที่นี่จะเป็นรถไฟแบบทางเข้าเตื้ย คือสามารถเข็นวีลแชร์เข้าไปยังภายในรถไฟได้เลย
โดยสังเกตตู้ที่มีเครื่องหมายวีลแชร์ นั่นหมายความว่าตู้นั้นจะมีการเผื่อพื้นที่ให้วีลแชร์และมักจะมีห้องน้ำคนพิการที่กว้างขวางอยู่ด้วย
แต่ก็จะมีบ้างในรถไฟบางขบวนที่ที่ต้องก้าวประมาณ 2 ขึ้นบันได ดังนั้นอาจต้องมีการปีนบ้าง หรือถ้าไปกันหลายคนอาจใช้วิธียกขึ้นไปเลยครับ

วิธีดูชนิดของรถไฟว่าเป็นแบบทางเข้าเตี้ยหรือทางเข้าแบบขั้นบันได ให้ดูจาก Application SBB Mobile ที่นอกจากจะบอกเที่ยวรถไฟแล้ว
ยังบอกอีกว่ารถไฟแต่ละขบวนมีความสะดวกกับวีลแชร์ในระดับใด ว่าแล้วก็อย่าลืมโหลด App – SBB Mobile มาติดตัวไว้ครับ
ซึ่งเมื่อเปิด SBB Mobile Application จะขึ้นให้เราใส่สถานีต้นทาง ปลายทาง และเวลาที่ต้องการเดินทาง โดย App นี้จะบอกให้หมดครับ
ทั้งการเดินทางทางรถไฟ เรือ หรือแม้แต่กระเช้าขึ้นเขา เพียงแค่บอกจุดหมายของเราเท่านั้นเอง

 

ก่อนจะกด Search ให้เลือก Advance Search ก่อนครับ

ในเมนู Advance Search เลือกติ๊ก “Show fully accessible connection” ส่วนตัวเลือกด้านล่างให้เลือก
no restriction ครับ ดังนั้นเวลาเราดูรายละเอียดรอบรถไฟ จะขึ้นมาทุกขบวน โดยจะบอกระดับความยากง่ายในการใช้วีลแชร์ครับ
หลังจากนั้นก็ Search ขบวนรถไฟตามที่ต้องการ ซึ่งจะแสดงขบวนรถไฟในแต่ละเวลาให้เราเลือก
โดยจะบอกถึงความหนาแน่นของผู้โดยสารที่คาดการณ์เอาไว้ ทางที่ดีก็พยายามเลือก รอบรถไฟที่ต้องเปลี่ยนขบวนน้อยๆ
และผู้โดยสารเบาบางเข้าไว้นะครับ

พอเราเลือกขบวนรถไฟ ต่อไปจะแสดงรายละเอียดซึ่งจะมีสัญลักษณ์เกี่ยวกับวีลแชร์แสดงไว้ครับ

– สัญลักษณ์วีลแชร์ = เป็นรถไฟที่ทางเข้ามีระดับเสมอกับชานชาลา สามารถขึ้นขึ้นได้เลย หรือแม้แต่คนนั่งวีลแชร์ที่เดินทางคนเดียวก็สามารถขึ้นเองได้

– สัญลักษณ์วีลแชร์ในวงกลม = พื้นรถไฟกับชานชาลา อาจมีระดับต่างกันเล็กน้อย ต้องก

ระดกหรือมีกระดานพาดให้เข็นขึ้นไป ส่วนใหญ่ผมจะใช้วิธีกระดกรถเข็นแล้วยกขึ้นได้เลยครับ

– สัญลักษณ์วีลแชร์ในสี่เหลี่ยม = รถไฟชนิดนี้จะมีขั้นบันได ปกติจะประมาณ 2 ขั้น เราสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าให้นำลิพท์มาช่วยในการขึ้นรถไฟ หรืออาจต้องปีนขึ้นเองเล็กน้อย ซึ่งผมใช้วิธีให้พี่โหนตัวขึ้นไปแล้วยกรถตามขึ้นไปอีกที่ แต่บางครั้งก็ใช้วิธี ช่วยกันยกขึ้นลงทั้งรถทั้งคนเลยครับ

 

รถไฟสายท่องเที่ยว

Golden Pass Line เป็นรถไฟสายชมวิวชื่อดังของสวิสเซอร์แลนด์ ด้วยเส้นทางที่รวมแล้วกว่า 5 ชั่วโมง ผ่านทัศนียภาพของเทือกเขา ป่าสน ทะเลสาบ และชนบทของสวิสเซอร์แลนด์ที่ยังคงรูปแบบบ้านไม้โบราณเอาไว้ รถไฟสาย Golden Pass Line แบ่งออกเป็น 3 ช่วงคือ จาก Montreux-Zweisimmen, Zweisimmen-Intelaken Ost และ Intelaken Ost – Luzern โดยผู้ถือสวิสพาสสามารถโดยสารรถไฟขบวนนี้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และสามารถโดยสารเฉพาะช่วงที่ต้องการได้ ดังนั้นจึงขึ้นกับการวางแผนเส้นทางการเที่ยวของเราครับว่าเราจะเดินทางระหว่างเมืองใด โดยของผมวางแผนว่าจะไปเที่ยว Montreux แล้วต่อไปยัง Intelaken จึงได้ใช้บริการรถไฟสายนี้ใน 2 ช่วงครับ

Voralpen-Express รถไฟสายท่องเที่ยวที่วิ่งระหว่าง Luzern กับ Romanshorn ทางตะวันออก โดยตลอดทางจะได้เห็นทัศนียภาพของทะเลสาบ หมู่บ้านน้อยใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ตามเนินเขาปกคลุมด้วยทุ่งหญ้า โดยแผนการเดินทางของผมจะใช้บริการเส้นทางนี้จาก Luzern จนถึง St.Gallen เท่านั้นครับ ซึ่งรถไฟสายนี้ไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้าและสามารถใช้สวิสพาสโดยสารได้ฟรีครับ

Glacier Express เส้นทางรถไฟท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของสวิสเซอร์แลนด์ วิ่งเชื่อมระหว่าเมือง Zermatt กับ St.Moris ตลอดเส้นทางผ่านเทือกเขาแอลป์อันสูงชัน ใช้เวลาเดินทางถึง 7-8 ชั่วโมง ซึ่งเวลาเดินทางที่มากทำให้ผมจำใจต้องตัดโปรแกรมการโดยสารรถไฟสายนี้ออกจากการเดินทางของผมครับ

2. เรือ แม้สวิสเซอร์แลนด์จะเป็นประเทศที่ไม่ติดทะเล แต่ก็เต็มไปด้วยทะเลสาบน้อยใหญ่ การเดินทางระหว่างเมืองริมทะเลสาบสามารถใช้บริการเรือโดยสาร ซึ่งสะดวกสบายต่อวีลแชร์เป็นอย่างมาก สะพานขึ้นลงทั้งหมดเป็นทางลาด โดยช่วงที่ขึ้นลงเรือจะมีเจ้าหน้าที่คอยเข็นให้อย่างชำนาญ

3. รถเมล์ ใช้สำหรับการเดินทางภายในเมืองต่างๆ รถเมล์ที่นี่จะเป็นแบบพื้นเตี้ย คือแทบจะมีระดับเดียวกับทางเท้าเลย คนขับมักพยายามจะจอดให้ชิดกับทางเท้ามากที่สุดเพื่ีอให้สามารถยกขึ้นได้อย่างไม่ยากเย็นนัก หรือคนขับบางคนจะลงมาพาดแผ่นรองเป็นทางลาดให้เราเข็นขึ้นไปได้อย่างสบายๆ คือเวลาขึ้นรถให้เล็งประตูกลางรถเอาไว้ครับ เพราะขึ้นไปแล้วจะมีพื้นที่ว่างสำหรับวีลแชร์โดยเฉพาะ เรียกว่าสะดวกสบายมากๆครับ

4. รถแทรม หรือรถราง เป็นระบบขนส่งมวลชนที่ผมไม่ค่อยเห็นมากนักในสวิสเซอร์แลนด์ เท่าที่เห็นมีเพียงเมืองซูริคและเบิร์น ซึ่งที่ซูริคเป็นแทรมรุ่นเก่าที่ยังไม่สะดวกสำหรับวีลแชร์นัก ดังนั้นผมไม่ค่อยแนะนำให้ใช้บริการครับ เพราะดูแล้วรถเมล์น่าจะสะดวกกว่า ส่วนที่เบิร์นเป็นแทรมรุ่นใหม่ที่ขึ้นลงไม่ยากครับ

ข้อมูลทั่วไป

– ห้องน้ำ สำหรับสวิสเซอร์แลนด์เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในยุโรปแล้ว เป็นประเทศที่หาห้องน้ำได้ง่ายมากครับ หลักๆที่ผมใช้บริการคือ บนรถไฟ, สถานีรถไฟ, ห้างสรรพสินค้า เช่น COOP นอกจากนี้บางเมืองยังมีห้องน้ำสาธารณะเป็นตู้ชั่วคราวมาวางตั้งไว้ให้ใช้บริการด้วยซึ่งส่วนใหญ่ก็สะอาดดีครับ

– น้ำดื่ม ด้วยเป็นเมืองแห่งขุนเขา ที่นี่จึงไม่ขาดแคลนน้ำสะอาดและตามเมืองต่างๆมักจะมีน้ำพุให้เราสามารถนำขวดไปรองมาดื่มได้ครับ โดยสังเกตว่าถ้าน้ำที่น้ำพุใดไม่สามารถดื่มได้จะมีป้ายเตือนไว้ครับ ส่วนถ้าไม่มีแสดงว่ารองดื่มได้ครับ เตรียมขวดเปล่าไว้สักขวดระหว่างเดินทางก็หมดปัญหาเรื่องน้ำดื่มแล้วครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Switzerland Trip #1