10 Reasons to Visit Bhutan

 

Bhutan-29

 

ภูฏาน ดินแดนที่ได้ชื่อว่า ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า ดินแดนที่ให้ความสำคัญกับความสุขมวลรวมประชาชาติ มากกว่าผลผลิตมวลรวมประชาชาติดั่งประเทศอื่นๆยึดถือกัน

ที่นี่คือดินแดนในฝันของใครหลายๆคน เพราะขึ้นชื่อในความงดงามของธรรมชาติ และผู้คนที่ยังคงยึดมั่นในศาสนาและธำรงรักษาวัฒนธรรมของตนเองไว้อย่างเหนียวแน่น

หลังจากได้มีโอกาสไปเยือนภูฏานเป็นครั้งแรก ผมขอมาร่วมแบ่งปันความประทับใจ ถึงสาเหตุว่าทำไมถึงประทับใจในประเทศเล็กๆอันสงบเงียบแห่งนี้ครับ

 

1. Tiger’s Nest Temple

วัดถ้ำเสือ หรือรู้จักกันอีกชื่อหนึ่งคือ วิหารตั๊กซัง (Taktsang Palphug Monastery) สถานที่แห่งนี้นับเป็นสุดยอดของจุดหมายการมาเยือนดินแดนมังกรสายฟ้าอย่างภูฏาน ด้วยทัศนียภาพอันน่าตื่นตาของอารามที่สร้างขึ้นติดหน้าผาสูง เสมือนล่องลอยอยู่บนวิมานสวรรค์Bhutan-12

Bhutan-10

วิหารตั๊กซังนับเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มิใช่เพียงนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเดินทางมาชมเท่านั้น ที่นี่ยังเป็นจุดหมายของชาวภูฏานที่เดินทางมาแสวงบุญสักการะองค์ คุรุปัทมะสัมภวะ พระผู้นำพระพุทธศาสนามาสู่ดินแดนภูฏาน ตามตำนานเชื่อกันว่า ครั้งหนึ่งองค์คุรุปัทมะสัมภวะหรือในอีกชื่อหนึ่งคือ กูรู ริมโปเช (Guru Rinpoche) ได้ขี่เสือขึ้นมาปฏิบัติกรรมฐานภายในถ้ำบนหน้าผาแห่งนี้เป็นเวลา 3 ปี 3 เดือน 3 สัปดาห์ 3 วัน 3 ชั่วโมง

 

2. Punakha Dzong

พูนาคา อดีตราชธานีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน พูนาคาซอง นับเป็นศูนย์กลางการปกครองของเมืองแต่ครั้งอดีต ซอง (Dzong) นับเป็นสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของภูฏานและดินแดนในแถบทิเบต คือเป็นทั้งป้อมปราการ พระราชวัง และวิหาร รวมอยู่ภายในกลุ่มอาคารเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อป้องกันการโจมตีจากกองทัพศัตรูซึ่งส่วนใหญ่คือกองทัพจากทิเบตที่อยู่ทางตอนเหนือ

Bhutan-23Bhutan-24Bhutan-26
พูนาคาซอง ได้ชื่อว่าเป็นซองที่สวยที่สุดของภูฏาน ตั้งอยู่ ณ จุดบรรจบกันของแม่น้ำโพ (Pho Chhu) และแม่น้ำโม (Mo Chhu) หรือก็คือแม่น้ำบิดา และแม่น้ำมารดาตามลำดับ พูนาคาซอง สร้างขึ้นโดย ซับดรุง งาวัง นัมเกล (Zhabdrung Ngawang Namgyal) พระลามะผู้รวบรวมและสถาปนาอาณาจักรภูฏานขึ้นในช่วงคริสตศวรรษที่ 17

ในอดีตพูนาคาซอง มีสถานะเป็นที่ทำการรัฐ ศูนย์กลางศาสนจักรและพระราชวังฤดูหนาว สลับกับเมืองทิมพู ทั้งนี้เนื่องจากพูนาคาอยู่ในพื้นที่ต่ำ มีอากาศอบอุ่นกว่าเมืองทิมพูที่เป็นราชธานีแห่งฤดูร้อน พูนาคาดำรงสถานะเมืองหลวงแห่งฤดูหนาวจนถึงปี พ.ศ.2498 ราชธานีของภูฏานจึงได้ย้ายมาอยู่ทิมพูอย่างถาวร แต่องค์พระสังฆราชยังคงประทับอยู่ที่พูนาคาซองในฤดูหนาวเช่นเดิม รวมถึงพระราชพิธีสำคัญๆของภูฏานก็ยังคงจัดให้มีขึ้นที่ซองแห่งนี้ เช่น พระราชพิธีอภิเษกสมรสของสมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ที่จัดขึ้นเมื่อ 31 ตุลาคม 2554

3. Countryside

ชนบทแห่งแดนมังกรสายฟ้า ด้วยวิถีขีวิตของชาวภูฏานยังคงเป็นสังคมเกษตรกรรมและสภาพภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยเทือกเขาสูง ดังนั้นเพียงออกจากตัวเมืองไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร เราก็จะได้พบกับความสวยงาม เรียบง่ายของชนบท ทั้งทุ่งนาขั้นบันได บ้านเรือนชนบทที่ผู้คนอาศัยอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ และทิวทัศน์ของเทือกเขาที่รายล้อมรอบด้านBhutan-19 Bhutan-18
Bhutan-21

4. Paro Rinpung Dzong

พาโร รินปูซอง ซองที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของภูฏาน สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2187 ด้วยรับสั่งของ ซับดรุง งาวัง นัมเกล (Zhabdrung Ngawang Namgyal) หลังจากที่สามารถผนวกพาโรเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร คำว่า รินปูซอง แปลว่า ป้อมปราการแห่งกองอัญมณี นับเป็นป้อมปราการที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของภูฏาน ปัจจุบันภายในซองยังคงถูกใช้เป็นที่ทำการรัฐ วัด และโรงเรียนสำหรับพระลามะที่พำนักอยู่กว่า 200 รูป

Bhutan-3Bhutan-5 Bhutan-6 Bhutan-4

ตัวอาคารของรินปูซอง ตั้งอยู่บนเนินเขาริมแม่น้ำพาโร มีลักษณะเป็นป้อมปราการสูงใหญ่ ทั้งนี้ในอดีตถูกใช้ในการสู้รบกับกองทัพทิเบตที่ล่องมาตามลำน้ำ ซึ่งในวันที่ฟ้าเปิดจะสามารถมองเห็นรินปูซองที่มีเทือกเขาปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนเป็นพื้นหลัง เป็นภาพที่งดงามงามมาก

5. Bhutanese cuisine

อาหารภูฏาน นับได้ว่าเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แม้จะได้รับอิทธิพลจากทิเบต แต่สิ่งสำคัญที่แตกต่างคืออาหารที่นี่เป็นอาหารที่เน้นความเผ็ด ทั้งจากพริกแห้งและพริกสด โดยเฉพาะ พริกคลุกชีส (Chili Cheese) เครื่องเคียงที่แทบจะมิขาดจากมื้ออาหารภูฏาน

Bhutan-2 Bhutan

นอกจากนี้ยังมีแกงเนื้อและเนื้อผัดพริกที่หอมด้วยเครื่องเทศ ซึ่งที่ภูฏานจะไม่มีการเลี้ยงสัตว์เพื่อนำเนื้อมาเป็นอาหาร ดังนั้นเนื้อสัตว์ทั้งหมดจึงถูกนำเข้ามาจากอินเดียทั้งสิ้น รวมถึงเนื้อปลาที่แม้ภูฏานจะอุดมไปด้วยแม่น้ำลำธารที่เต็มไปด้วยฝูงปลาหลากหลายพันธุ์ แต่การตกปลาที่นี่เป็นความผิดทางกฎหมาย เนื่องจากเป็นสิ่งผิดบาปตามข้อห้ามทางศาสนา

6. Bhutanese

ด้วยแนวทางพัฒนาประเทศของภูฏานที่เน้นความสุขของประชาชน ผู้คนส่วนใหญ่ของที่นี่จึงยังคงใช้ชีวิตทีเรียบง่าย มีพุทธศาสนาเป็นแกนหลัก และมีความเข้มแข็งในการดำรงวัฒนธรรมของตนเองอันเป็นเอกลักษณ์ สังเกตได้จากการแต่งกายด้วยชุดประจำชาติ อาคารบ้านเรืองต่างยังคงรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบภูฏาน นอกจากนี้ผู้คนที่นี่ยังมีบุคลิกที่ดูอ่อนน้อม สุขุมและมีอัธยาศัยดีมาก

Bhutan-20 Bhutan-25

7. Dochula Pass

โดชูลาพาส ณ จุดสูงสุดของเส้นทางหลวงระหว่างเมืองทิมปูและพูนาคา ที่ความสูง 3300 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่นี่เป็นที่ตั้งของสถูปจำนวน 108 องค์ที่สร้างขึ้นด้วยรับสั่งของ สมเด็จพระราชินีดอร์จิ วังโม วังชุก เพื่อรำลึกเหตุการณ์เมื่อปี พ.ศ.2546 ที่กองทหารภูฏาน ได้รุกคืบและขับไล่กบฏแยกดินแดนรัฐอัสสัม ที่อาศัยพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศเป็นแหล่งซ่องสุมเพื่อโจมตีอินเดีย

Bhutan-28 Bhutan-27

เมื่อครั้งที่สถูป 108 องค์ทำการสร้างเสร็จ ชาวภูฏานจำนวนมากต้องการให้ศาสนสถานแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะแห่งกองทัพภูฏาน แต่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก ทรงไม่เห็นด้วย และรับสั่งให้สถูปแห่งนี้เป็นสถานทีรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้นแทน

นอกจากสถูป 108 องค์ที่โดดเด่นเหนือโดชูลาพาสแล้ว ในวันที่ท้องฟ้าเปิด จะสามารถชมทิวทัศน์ 360 องศาที่มองเห็นทิวเขาสูงตะหง่านของเทือกเขาหิมาลัย

8. Thumphu

ทิมปู เมืองหลวงของราชอาณาจักรภูฏาน นับเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ แต่ด้วยที่ตั้งที่อยู่ในหุบเขาไร้ซึ่งที่ราบ จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมสนามบินนานาชาติของประเทศจึงตั้งอยู่ที่พาโรแทนที่จะอยู่ที่นี่ ทิมปูนับเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางทั้งการเมืองการปกครองและเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้นแม้ตัวอาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่ยังคงรักษาขนบการสร้างที่บ่งบอกถึงสถาปัตยกรรมแบบภูฏาน แต่ก็เริ่มมีอาคารขนาดใหญ่ผุดให้เห็น รวมถึงผู้คนที่มีทั้งที่ยังใส่ชุดประจำชาติและเด็กวัยรุ่นที่แต่งตัวตามแบบสมัยใหม่ ซึ่งนับเป็นความท้าทายของภูฏานในความพยายามรักษาวัฒนธรรมของตนเองเอาไว้อย่างเหนียวแน่นกับการสร้างสมดุลในการรับความเจริญจากโลกภายนอก

Bhutan-16 Bhutan-15 Bhutan-14

9. Chimi Lhakhang

บนเนินเขาลูกเล็กๆใกล้กับเมืองพูนาคา เป็นที่ตั้งของอารามที่มีชื่อว่า ชิมิลาคัง (Chimi Lhakhang) ศาสนสถานที่สร้างขึ้นราวคริสตศวรรษที่ 15 เพื่อบูชาท่านดรุกปะ คุนเลย์ (Drukpa Kunley) พระลามะผู้มีแนวทางในการบรรลุพระธรรมได้แหวกแนวกว่าปรมาจารย์ท่านอื่น เพราะท่านใช้ทั้งเซ็กส์ สุรา รวมถึงเรื่องตลกโปกฮา ในการนำพาเพื่อบรรลุสู่นิพพาน จนได้รับฉายาว่า นักบุญบ้า (Divine Madman) สถานที่ตั้งของวัดชิมิเชื่อกันว่าเป็นสถานที่ที่ท่านดรุกปะ คุนเลย์ ได้ใช้สายฟ้ากำราบปีศาจและฝังไว้อยู่ใต้เจดีย์สีดำข้างอาราม

Bhutan-22 Bhutan-17

ปัจจุบันชาวภูฏานนิยมมากราบไหว้ขอพรที่วัดแห่งนี้จำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการมีบุตร นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของการเขียนภาพอวัยวะเพศชายไว้ตามผนังบ้านของชาวภูฏาน เพราะถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของท่านดรุกปะ คุนเลย์ ที่จะช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายมิให้ย่างกรายเข้ามาภายในบ้านเรือน

10. Kyichu Lhakhang

คิชู ลาคัง นับเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของภูฏาน สร้างขึ้นตั้งแต่พุทธศวรรษที่ 12 โดยจักรพรรดิซรอนซันกัมโป แห่งทิเบต (Songtsän Gampo) โดยเป็นหนึ่งใน 108 วัดที่พระองค์ได้สร้างขึ้นทั่วดินแดนทิเบต เพื่อที่จะตรึงนางปีศาจมิให้ออกอาละวาด โดยเชื่อกันว่าตำแหน่งของวัดคิชู คือเข่าซ้ายของนางปีศาจ

Bhutan-7 Bhutan-8
ภายในวัดแห่งนี้แบ่งเป็นสองส่วนคือ ส่วนอาคารเก่าและส่วนอาคารใหม่ที่เพิ่งบูรณะ ภายในอาคารเก่าประดิษฐานรูปเคารพ พระศรีอาริยเมตรัย และพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ที่งดงามมาก ส่วนอาคารใหม่ประดิษฐานรูปเคารพท่านกูรู รินโปเช พระผู้นำพระพุทธศาสนามาสู่ดินแดนภูฏานจนชาวภูฏานนับถือว่าว่าเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่สอง

10 Reasons to Visit Bhutan